[News] The Korean Film Council liaises with Hollywood from offices

Source : http://blog.cine21.com/carolinejeana/

Posted: Fri., Feb. 8, 2008, 4:12pm PT-variety.com

Korean Film Council looks abroad
Organization reaches out to foreign filmmakers
By PATRICK FRATER
HOME BASE: The Korean Film Council liaises with Hollywood from offices on Wilshire.

With all the current woes in the industry, Korean companies really should be looking abroad more," says Showbox production scout Chung Youngjoon. "I mean, both for overseas finance of our pictures and for foreign projects for Koreans to back." Signs are that this is happening, albeit slowly.
For much of the 12 years since Korea took off as a moviemaking nation, it has been a shining beacon to other Asian countries. The country has encouraged technical and creative talent, seen government and private sectors put infrastructure and finance in place and has produced a diversity of genres — all of which kept auds spinning their way through the turnstiles.

But success at home also kept Korean companies heavily focused on their domestic market. And now that growth is slowing, firms and institutions are having to do more than just talk about Korea as a regional or international movie hub.

The Korean Film Council (Kofic) is going to unusual lengths to embrace foreign moviemakers through its English-language Film Development Labs. The labs provide financial workshops and cash support of $40,000. Other forms of Kofic support include co-production incentives of some $400,000 for movies of under $3 million.

In the last year the org has opened an outpost in L.A., and organized showcases in Japan — a fine contrast from the days when Korean sellers could expect Japanese distribs to buy their pics in bidding battles — and mini-festivals with the U.K. and France. There are grants for foreign students studying Korean film and a range of well-produced filmmaker monographs.

Helping the Korean industry leverage its generous domestic funding, Kofic has also signed a co-production treaty with France and has plans to sign another 10 or so.

Other orgs are also putting on a friendlier face and becoming easier to employ, notably the Pusan Film Commission and Seoul Film Commission (SFC). The SFC website boasts a welcome letter from Lee Myung-bak, who was the city’s innovative mayor and is now Korea’s president. (Lee’s hugely popular pet project, restoring a formerly polluted stream through the center of the city to its natural beauty, is now being used as the setting for the sequel to megahit "The Host.")

Ultimately, however, success of the outreach program will depend on the interest of private-sector businesses. And here, too, there are signs of growing interest: Lee Jooick’s Boram Entertainment has teamed with Barrie Osborne and QED Entertainment to produce $45 million fantasy actioner "The Laundry Warrior" as a U.S.-set vehicle for Jang Dong-gun; Showbox is one of four principal equity investors in John Woo’s $80 million "Red Cliff"; and CJ Entertainment had a stake in $30 million grosser "August Rush." Focus Features, meanwhile, is in development on $20 million biopic "The Julia Project," about the Korean crown prince and his American wife.

แปลเป็นไทยโดย คุณจิ๊ก

สมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งเกาหลี กำลังลุกคืบถึงบรรดา ‘ผู้สร้าง’ ต่างชาต

โดย…แพทริค เฟรเตอร์

นี่คือฐานที่ตั้งอย่างเป็นทางการแห่งใหม่ในฮอลลิวู๊ด ของสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งเกาหลี ณ. ย่านวิลไชร์…

“สืบเนี่องมาจาก ‘คู่แข่ง’ ที่นับวันจะมีแต่เพิ่มขึ้นทุกทีๆ ในแวดวงอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ทำให้บรรดาผู้สร้างภาพยนตร์เกาหลี ต่างตระหนักถึงความจำเป็น ในการที่จะขยับขยายไปสู่ ‘ตลาดแห่งใหม่’ ในอีกซีกโลก…” ตัวแทนจากโชว์บ๊อกซ์โปรดัคชั่น ชุงยูงจูน (Chung Youngjoon) กล่าว “ผมกำลังพูดถึง…ความเป็นไปได้ในอันที่จะส่งหนังของเราออกไปขายได้โดยสะดวก และยังส่งผลถึงโครงการของเราในต่างแดน เพื่อให้เกิดประโยชน์กลับมาสู่เกาหลี ได้อย่างคุ้มค่าที่สุด…” และนี่คือ ‘เค้าราง’ ว่า การรุกคืบสู่ตลาดแห่งใหม่กำลังจะเกิดขึ้น แม้ว่าจะค่อนข้างเชื่องช้าก็ตาม…

เป็นเวลากว่า 12 ปี แล้วที่เกาหลีได้ ‘เปิดตัว’ สู่ความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมภาพยนตร์แห่งหนึ่งในโลก เปรียบได้ดั่งคบเพลิงอันลุกโชติช่วง ที่ได้ส่องประกายสู่ประเทศอื่นๆในเอเชีย ทำให้เกิดการพัฒนาศักยภาพทางด้านเทคนิค และผลิตผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านออกมาอย่างไม่หยุดยั้ง อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนเป็นอันดีจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งเล็งเห็นผลเลิศจากการ ‘เสี่ยง’ หาลู่ทางใหม่ๆ เพื่อให้ได้มาถึงผลประโยชน์นานัปการต่อประเทศชาติ – อันเป็นการลงแรงที่ไม่เคยเสียเปล่า ด้วยผลของมันมักย้อนกลับมานับเท่าทวีเสมอ…

แต่ความสำเร็จนั้นๆ ก็นำมาซึ่งความระแวดระวังอย่างเข้มงวด ต่อสถานการณ์ของตลาดในประเทศเช่นกัน ด้วยเกิดการขยายตัวอย่างเชื่องช้า มีผลกระทบต่อความมั่นคงขององค์กร จนต้องรีบหาทางแก้ไขเป็นรูปธรรมให้ได้โดยเร็วที่สุด ไม่เหลือเวลาที่จะมามัวแต่นึก ‘กระหยิ่ม’ ต่อความเป็นชาติมหาอำนาจในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของโลกอีกต่อไป…

สมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งเกาหลี (The Korean Film Council ) จึงมีหน้าที่หลัก ในการรวบรวมบรรดาภาพยนตร์จากผู้สร้างต่างสัญชาติ มาผ่านกรรมวิธีในการตัดต่อ ซึ่งทุกขั้นตอนจะใช้ภาษาอังกฤษทั้งหมด โดยที่เม็ดเงินซึ่งสูญเสียไปกับอุปกรณ์ทั้งหมดมีมูลค่าถึง 40,000 $ และรวมถึงการกระจายเม็ดเงินไหลเวียนไปยังบรรดาโค -โปรดัคชั่นต่างๆอีกราว 400,000 $ สำหรับภาพยนตร์ที่ใช้ทุนทรัพย์ต่ำกว่า 3 ล้านยูเอสดอลล่าห์…

เมื่อปีที่แล้วสมาพันธ์ได้เปิดตัวขึ้นอย่างเป็นทางการใน LA โดยมีการเผยแพร่ข่าวไปยังประเทศญี่ปุ่น – ซึ่งค่อนข้างแตกต่างกว่าแต่ก่อน ที่ภาพยนตร์เกาหลีมักไม่ได้รับการเหลียวแล จากตลาดญี่ปุ่นเท่าที่ควร – และยังปล่อยข่าวไปยังประเทศอังกฤษ และฝรั่งเศส ซี่งที่นั่นก็ยังมีนักศึกษาต่างสัญชาติ ที่กำลังศึกษาเกี่ยวกับภาพยนตร์เกาหลี อีกทั้งยังมีผู้สร้างหน้าใหม่ไฟแรง แต่ทว่าโนเนมอีกด้วย…

เพื่อเป็นการช่วยให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์ในประเทศของเกาหลี กระเตื้องขึ้นอย่างได้ผล ทาง Kofic ได้ทำการเซ็นสัญญาร่วมทุนกับประเทศฝรั่งเศส และยังมีแผนที่จะเซ็นสัญญาดังกล่าว กับอีกสิบประเทศ หรือกว่านั้นอีกด้วย…

การเกิดองค์กรใหม่ๆขึ้นครั้งนี้ นับว่าเป็นผลดีต่อการคัดสรรภาพยนตร์ ดีเด่นขึ้นรับรางวัล ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมจากปูซานฟิมล์ หรือจะเป็นคณะกรรมการโซลฟิมล์ (SFC) ก็ตาม โดยที่ SFC เว็บไซท์ได้โพสท์จดหมายแสดงความยินดี จากนายลีมยูงบัค (Lee Myung-bak )ซี่งเคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงผังเมือง แต่ในยามนี้เขาดำรงตำแหน่งประ ธานาธิบดีเกาหลีคนปัจจุบัน (ผลงานโดดเด่นของท่านคือโครงการสัตว์เลี้ยง กำจัดน้ำเสียจากแหล่งน้ำกลางเมือง เพื่อหยิบยื่นความงดงามให้กลับมาเป็นของธรรมชาติอีกครั้ง ซึ่งบริเวณนี้ปัจจุบันได้เป็นฉากหนึ่งใน ‘ตอนต่อ’ ของละครยอดฮิต ‘The Host’ )

แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่โดดเด่นสะดุดตายามนี้ กลับเป็นโครงการของภาคเอกชน นั่นก็คือ การเซ็นสัญญาร่วมทุนกันในนามของ Boram Entertainment ของลีจูอิค (Lee Joo ick) ซึ่งเขาได้ร่วมทีมกับแบร์รี่ ออสบอร์น แห่ง QED Entertainment เพื่อจับมือกันสร้างภาพยนตร์แอคชั่นฟอร์มยักษ์ ชึ่งใช้ทุนทรัพย์ในการสร้างสูงถึง 45 ล้านดอลล่าห์ ‘The Laundry Warrior’ ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้เปรียบดังใบเบิกทางสู่ฮอลลิวู๊ดของชางดงกอน (Jang Dong-gun) Showbox คือหนึ่งในสี่ของ ‘นายทุน’ รายใหญ่สำหรับภาพยนตร์มูลค่า 80 ล้านดอลล่าห์ของจอห์นวู ‘Red Cliff’ และ CJ Entertainment ก็ลงทุนไปถึง 30 ล้านดอลล่าห์ให้กับ Focus Features ‘August Rush’ และยังมีแผนที่จะทุ่มทุน 20 ล้านดอลล่าห์ให้กับภาพยนตร์อัตชีวประวัติ ซึ่งเป็นเรื่องราวของมกุฎราชกุมารเกาหลี และมเหสีชาวอเมริกันของพระองค์ ‘The Julia Project’

ข้อความนี้ถูกเขียนใน News คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s